• Article
  • Infographic
  • Interview
  • Urban Voice
  • Update
  • Directory
  • About
Recommended
  • 6 รถยนต์ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัด ที่เหมาะกับการใช้งานในเมือง
  • ความสัมพันธ์ของอาหารปิ้งย่าง หยดน้ำมัน ซอส ถ่าน และมลพิษทางอากาศ
  • นโยบายเอื้อรถยนต์ไฟฟ้าที่รัฐจัดให้ เพื่อก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำในอนาคต
Breathe Bangkok
Breathe Bangkok Breathe Bangkok
  • Article

ฉันทามติ 7 พรรคการเมือง เห็นพ้องดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาด นโยบายแก้ฝุ่น–สิ่งแวดล้อม ที่ให้คำมั่นไว้

  • February 2, 2026
  • สภาลมหายใจกรุงเทพฯ
Total
0
Shares
0
0
0

อีกไม่กี่วันข้างหน้า การเลือกตั้ง 2569 จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการกำหนดอนาคตลมหายใจของคนไทย บนเวทีสานเสวนา Thailand National PM2.5 Forum ครั้งที่ 2 “รัฐบาลใหม่ กับ พ.ร.บ.อากาศสะอาดเพื่อสุขภาพ” ตัวแทนจาก 7 พรรคการเมืองมีฉันทามติร่วมกันว่าจะรับรองสิทธิในอากาศสะอาดเป็นสิทธิพื้นฐาน

นอกจากคำมั่นสัญญาในการกู้ชีพ ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด และ ร่าง พ.ร.บ.การรายงานและการเปิดเผยข้อมูลการปล่อยและการเคลื่อนย้ายสารมลพิษ (PRTR) ที่ต้องสะดุดไปเพราะยุบสภา ภายใน 60 วันแรกของการเปิดสภาฯ เวทีนี้เปิดให้แต่ละพรรคนำเสนอนโยบายแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 และสิ่งแวดล้อม

ใครจะเดินเกมเร็ว ใครเน้นโครงสร้าง ใครให้ความสำคัญกับการบังคับใช้กฎหมาย นี่คือรายละเอียดนโยบายที่พรรคการเมืองทั้ง 7 พรรคประกาศไว้ต่อหน้าสาธารณะ ที่จะเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจว่าหนึ่งเสียงหนึ่งสิทธิในมือ จะเลือกใครมากำหนดอนาคตลมหายใจของพวกเรา

พรรคไทยก้าวใหม่

  • ใช้วิทยาศาสตร์และนวัตกรรมนำการแก้ปัญหา เช่น ใช้ดาวเทียมติดตามจุดความร้อน ร่วมกับการลงทะเบียนจองวันเผาตามสภาพอากาศเปิดโล่ง
  • มีมาตรการกีดกันทางการค้าเพื่อกดดันการเผาในภาคเกษตร
  • ส่งเสริมเขตมลพิษต่ำในพื้นที่เมือง
  • สนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดและระบบกักเก็บพลังงาน
  • เสนอนวัตกรรม ‘Liquid Tree’ (สาหร่ายดูดซับคาร์บอนและฝุ่น) ซึ่งผ่านการทดสอบจริงแล้วว่าลดค่าฝุ่นได้เกือบ 50%
  • ผลักดันภาษีคาร์บอนเพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมเร่งปรับตัว ยึดสุขภาพประชาชนสำคัญกว่าต้นทุนทางธุรกิจ

พรรคประชาชน
เสนอนโยบาย “4 รื้อ” เพื่อจัดการเชิงโครงสร้างใน 100 วันแรกโดยไม่ต้องรอ พ.ร.บ.อากาศสะอาด

  • รื้อระบบฐานข้อมูล ด้วยการจัดตั้งศูนย์บัญชาการมลพิษทางอากาศ (CACC) เพื่อบูรณาการข้อมูลจากทุกหน่วยงานย้อนหลัง 10 ปี และเปลี่ยนดัชนีชี้วัดจากจุดความร้อนเป็นพื้นที่เผาไหม้จริง ยกระดับภาคเกษตรผ่านระบบเครื่องจักรและคูปองแทนการเผา ประกาศเขตควบคุมมลพิษที่เข้มงวดตามศักยภาพพื้นที่ในเขตเมือง
  • รื้อปฏิทินการทำงานให้สอดคล้องกับฤดูกาลจริง ออกมาตรการสนับสนุนล่วงหน้าก่อนฤดูเผา พร้อมเร่งบังคับใช้เขตจำกัดมลพิษในเมือง และเปลี่ยนขนส่งสาธารณะเป็นระบบไฟฟ้าด้วยระบบตั๋วร่วมภายใน 1 ปี
  • รื้อระบบงบประมาณจัดการไฟป่าคืนให้ท้องถิ่น และเตรียมกฎหมายลูกรองรับ พ.ร.บ.อากาศสะอาด ล่วงหน้า เพื่อใช้มาตรการทางเศรษฐศาสตร์จูงใจผู้ประกอบการให้ปรับตัวเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  • รื้อการจัดการระหว่างประเทศเพื่อรับมือปัญหาฝุ่นข้ามแดน ห้ามนำเข้าสินค้าเกษตรจากการเผาโดยต้องระบุพิกัดแปลงปลูกและตรวจสอบห่วงโซ่อุปทาน ผลักดันไทยเป็นผู้นำอาเซียนในการสร้างฉลากสินค้าปลอดการเผา และยกระดับเป็นศูนย์กลางจัดการมลพิษของภูมิภาค

พรรคประชาธิปัตย์

  • นโยบาย ‘ไทยฟ้าใหม่’ ติดตั้ง Super Sensor ตรวจวัดสารก่อมะเร็งและสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) รอบโรงงานและพื้นที่รถติด
  • บูรณาการ พ.ร.บ.อากาศสะอาด พ.ร.บ.เศรษฐกิจหมุนเวียน และ พ.ร.บ.โลกร้อน ให้ทำงานประสานกันผ่านระบบใบอนุญาตสิ่งแวดล้อมแบบเบ็ดเสร็จจุดเดียว เพื่อลดความซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมมลพิษ
  • ริเริ่ม ‘พันธบัตรป่าไม้’ ให้เกษตรกรมีรายได้ประจำจากการดูแลป่าและการขายคาร์บอนเครดิตแทนการรอคอยผลผลิตระยะยาว
  • ปฏิรูปโครงสร้างพลังงานด้วยการลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลและถ่านหิน แล้วเปลี่ยนมาส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปในภาค ภาครัฐจะเป็นผู้เปิดโอกาสและประสานงานแทนการเป็นอุปสรรค

พรรคพลังประชารัฐ

  • ยึดหลักการผู้ก่อมลพิษต้องเป็นผู้จ่าย
  • มีกองทุนอากาศสะอาดเป็นกลไกทางการเงินที่ทำให้กฎหมายมีสภาพบังคับจริง
  • จัดตั้งสำนักงานอากาศสะอาดทั้งส่วนกลางและจังหวัดเพื่อการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ
  • วางยุทธศาสตร์ “คุมต้นเหตุ ช่วยคน และเตรียมพร้อม” ใช้แอปพลิเคชันรายงานผลแบบ real-time ติดตั้งเซนเซอร์ที่ปล่องควันโรงงานเพื่อตรวจสอบการปล่อยมลพิษอย่างเข้มงวด ควบคู่การบริหารจัดการการเผาในที่โล่ง เพื่อไม่ให้เกิดฝุ่นควันสะสมพร้อมกันทั่วประเทศ
  • มีระบบ SMS Broadcast แจ้งเตือนภัยและแจกหน้ากาก N95 ทันทีเมื่อค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน

พรรคเพื่อไทย

  • ตรวจสอบปล่องควันและติดตั้งระบบ CEMS เพื่อควบคุมการปล่อยมลพิษในโรงงานรุ่นเก่า
  • จัดการมลพิษเมืองด้วยนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาท และรถเมล์ปรับอากาศ 10 บาท พัฒนาระบบฟีดเดอร์เพื่อให้ประชาชนลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล ควบคู่กับการกำหนดเขตปล่อยคาร์บอนต่ำ ใช้แรงจูงใจและเทคโนโลยีทางการเกษตรแทนการบังคับหรือสั่งให้หยุดเผาทันที เพื่อไม่เป็นการเพิ่มต้นทุนแก่เกษตรกรรายย่อย
  • ส่งเสริมระบบบริหารจัดการเชื้อเพลิงผ่านแอปพลิเคชันอย่าง FireD
  • กระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีงบประมาณและอำนาจในการจัดการภัยพิบัติสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ของตนเอง
  • เจรจาระดับภูมิภาค และการติดตามตรวจสอบมาตรฐานผลผลิตทางการเกษตรจากประเทศเพื่อนบ้าน

พรรคภูมิใจไทย

  • จัดตั้งคณะกรรมการสู้ฝุ่น War Room บูรณาการ 7 กระทรวงหลัก
  • ใช้นโยบายต่างประเทศเข้าจัดการปัญหาควันข้ามพรมแดน
  • เร่งนำกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับโรงงานและการปลดปล่อยมลพิษกลับมาบังคับใช้อย่างจริงจังภายใน 60 วัน
  • สนับสนุนภาคส่วนต่าง ๆ ให้ปรับตัว เช่น การให้สินเชื่อโรงงานขนาดเล็กติดตั้งระบบตรวจจับควัน ลดการเผาอ้อยในภาคการเกษตร ผลักดันพลังงานสะอาดผ่านโครงการโซลาร์เซลล์ชุมชน และการส่งเสริมรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ราคาถูกที่ผลิตในไทย

พรรครวมไทยสร้างชาติ

  • ลดค่าไฟฟ้าผ่านนโยบายไม่ซื้อไฟฟ้าเพิ่ม เพื่อลดภาระสำรองไฟฟ้าที่เกินจำเป็น
  • จัดตั้งกองทุนจากค่าปรับและเงินสินบนนำจับ เพื่อใช้เก็บกู้สารพิษและเยียวยาประชาชนในพื้นที่ปนเปื้อนได้ทันทีโดยไม่ต้องรอผลคดี
  • ผลักดันการจัดการคาร์บอนเครดิตให้เท่าทันสากล และบริหารจัดการกองทุนหมุนเวียนภายใต้กระทรวงการคลังเพื่อช่วยเหลือประชาชน

นอกเหนือจากคำสัญญาของภาคการเมือง ในเวทีเดียวกัน ยุทธนา เจียมตระการ คณะกรรมการเศรษฐกิจหมุนเวียนและสิ่งแวดล้อม (กกร.) ระบุว่า ประเด็นสิ่งแวดล้อมคือ “ใบอนุญาตในการทำธุรกิจ” ที่กำหนดความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก ภาคเอกชนพร้อมสนับสนุนกฎหมายอากาศสะอาดและระบบเปิดเผยข้อมูลมลพิษ หากรัฐสามารถจัดการข้อมูลให้โปร่งใส เชื่อมโยง และใช้งานได้จริง เพื่อให้การปรับตัวของภาคธุรกิจเดินหน้าไปพร้อมกับการคุ้มครองสุขภาพของประชาชน

ส่วน รศ. ดร.คนึงนิจ ศรีบัวเอี่ยม นายกสมาคมเครือข่ายอากาศสะอาดเพื่อสุขภาพ ชี้ว่า ความล่าช้าของกฎหมายอากาศสะอาดที่ผ่านมา สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างในกระบวนการนิติบัญญัติ โดยเฉพาะความต่างของฐานคิดในแต่ละชั้นการพิจารณา ทำให้กฎหมายสำคัญจำนวนมากไม่อาจเดินหน้าต่อได้

พร้อมย้ำว่า หากรัฐบาลใหม่ไม่เร่งนำร่างกฎหมายกลับเข้าสู่สภาภายในกรอบเวลาที่กำหนด ภาคประชาชนยังสามารถใช้กลไกตามรัฐธรรมนูญในการเสนอร่างกฎหมายด้วยตนเอง เพื่อยืนยันว่าการคุ้มครองสิทธิในอากาศสะอาดไม่ควรถูกปล่อยให้หยุดอยู่กลางทาง

หนึ่งเสียงหนึ่งสิทธิในคูหาเลือกตั้ง คือการเลือกทิศทางว่าประเทศจะจัดการ “ลมหายใจของประชาชน” อย่างไรต่อจากนี้ และคำมั่นที่ให้ไว้ จะเป็นสิ่งที่สังคมต้องร่วมกันจับตาให้เกิดขึ้นจริงในวันข้างหน้า

Total
0
Shares
Share 0
Tweet 0
Share 0
Avatar photo
สภาลมหายใจกรุงเทพฯ

Related Topics
  • CoCreatingCleanAirForAll
  • สภาลมหายใจกรุงเทพฯ
  • สสส.
You May Also Like
View Post

แก้ฝุ่นจากไฟเกษตรต้องมองทั้งระบบ ตั้งแต่การผลิตจนถึงแรงจูงใจทางเศรษฐกิจ

View Post

เปลี่ยนระบบ เชื่อมข้อมูล: ฐานสำคัญของการจัดการฝุ่น PM2.5

View Post

บันทึก Thailand National PM2.5 Forum #2 บทสนทนาเรื่องฝุ่น และเรื่องราวที่เกิดขึ้นในเวทีนี้

View Post

ปักหมุด 10 ไฮไลท์ Thailand National PM2.5 Forum ครั้งที่ 2 ชวนมาร่วมฟัง–ถก–ขบคิด เพื่อคืนอากาศสะอาดให้คนไทย

View Post

เดินทางแบบไหนเป็นมิตรต่อโลกที่สุด? เปรียบเทียบผลกระทบฝุ่น PM2.5 ภาวะโลกร้อน และต้นทุนทางสิ่งแวดล้อม

View Post

อ่านอากาศจากเปลือกไม้ สำรวจไลเคนในสวนกับคำถามถึงต้นไม้ในเมือง

View Post

นับถอยหลังสู่ Thailand National PM2.5 Forum เก็บรวมสาระสำคัญจาก Pre-Forum ครั้งที่ 3 และหนทางไปต่อของ พ.ร.บ.อากาศสะอาด

View Post

เช็กสถานะ 10 มาตรการสู้ฝุ่น กทม. ความคืบหน้าและภารกิจที่ยังต้องรุกต่อ

Breathe Bangkok
สภาลมหายใจกรุงเทพฯ
© 2025 – breathebangkok.org

  • Article
  • Infographic
  • Interview
  • Urban Voice
  • Update
  • Directory
  • About
ติดตามข่าว Breathe Bangkok
follow us:

Input your search keywords and press Enter.