พอพูดถึงการแก้ปัญหาอากาศเป็นพิษ แน่ละทุกคนต้องนึกถึง ‘ต้นไม้’ ขึ้นมาเป็นอย่างแรก จึงไม่แปลกที่เหล่านักวิทยาศาสตร์หรือนักวิจัยมุ่งคิดค้นการนำต้นไม้มาช่วยแก้ปัญหา PM 2.5 หรือมลพิษทางอากาศ และมันก็ช่วยแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้จริงๆ ไปดูดีกว่าว่า ต้นไม้ชนิดไหนจะช่วยเราให้รอดพ้นจาก PM2.5 และมลพิษร้ายทางอากาศได้
ต้นไม้ริมถนนกับการดักจับ PM2.5 และมลพิษ
University of Surrey ได้เผยผลงานวิจัยซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ iSCAPE (Improving Smart Control of Air Pollution in Europe) เกี่ยวกับการปลูกต้นไม้เพื่อลดมลพิษทางอากาศบนท้องถนน ว่า
บนท้องถนนที่ขนาบข้างด้วยตึกสูง ลักษณะคล้ายหุบเขา หากปลูกต้นไม้ระดับสูงและมีความหนาแน่นมาก จะเป็นอุปสรรคต่อการไหลเวียนของอากาศที่อยู่ด้านล่าง แต่หากปลูกเว้นระยะห่างเหมาะสม ตัดแต่งกิ่งก้านให้โปร่ง อากาศไหลเวียนดีขึ้น เลือกชนิดต้นไม้ที่ไม่ใหญ่มาก จะช่วยลดความเข้มข้นของสารก่อมลพิษได้
ในประเทศไทย นักวิจัยของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ได้เผยผลวิจัยเกี่ยวกับการศึกษาการใช้พืชยืนต้นบำบัดฝุ่นละอองว่า ลักษณะต้นไม้ที่มีคุณสมบัติดักจับฝุ่นได้ดี คือต้นไม้ใบเล็ก และกลุ่มใบมีขน ซึ่งต้นไม้ 4 ชนิดที่พบว่าสามารถดักจับฝุ่นได้ดีเยี่ยมได้แก่ ต้นประดู่ กัลป์พฤกษ์ จามจุรี ต้นสัก
8 ไม้ประดับ บำบัดฝุ่นจิ๋ว
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ร่วมกับนักวิชาการกรมวิชาการเกษตร ได้ร่วมกันวิจัยทดลองนวัตกรรมกำแพงต้นไม้บำบัดมลพิษชนิดควบคุมตัวเองอัตโนมัติ เพื่อมุ่งแก้ปัญหาฝุ่นละออง PM2.5
ซึ่งนอกเหนือจากเทคโนโลยีต่างๆ ที่นำมาใช้แล้ว การคัดเลือกต้นไม้ที่มีความสามารถบำบัดฝุ่น PM2.5 ได้ดี ก็เป็นส่วนสำคัญกับการสร้างนวัตกรรมกำแพงต้นไม้บำบัดมลพิษดังกล่าว โดยต้นไม้กลุ่มนี้ต้องมีใบขนาดเล็ก มีขน ผิวสำผัดขรุขระ ซึ่งได้ข้อสรุปว่ามี 8 ชนิดที่บำบัดฝุ่นจิ๋วได้ดีเยี่ยม นั่นคือ
- พรมกำมะหยี่ คล้าแววมยุรา เฟิร์นขนนก (คุณภาพในการบำบัดฝุ่นจิ๋วได้ดีระดับ 5 ดาว)
- พลูอินโด (คุณภาพระดับ 4 ดาว)
- พลูปีกนก คล้านกยูง คล้ากาเหว่าลาย กวักมรกรต (กลุ่มนี้ได้ 3 ดาว)
7 ไม้ประดับฮีโร่ ดูดสารพิษ
นอกจากด้านนอกอาคารจะมีมลพิษอย่างฝุ่น PM2.5 แล้ว ภายในอาการที่เราทำงานหรืออยู่อาศัย ก็ยังต้องเผชิญต่อไอระเหยของสารพิษต่างๆ จนอาจก่อให้เกิด ‘โรคแพ้ตึก’ ขึ้นได้ โรคนี้มักเกิดขึ้นกับผู้ที่ใช้ชีวิตในอาคาร ซึ่งมีไอระเหยสารพิษทั้ง ฟอร์มัลดีไฮน์ หรือฟอร์มาลีน ไตรคลอโรเอธิลีน เบนซีน โดยมาจากเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ สีทาบ้าน น้ำยาลบคำผิด น้ำยาทำความสะอาด กาว ทินเนอร์ ควันบุหรี่ สารพิษจากเครื่องถ่ายเอกสาร ฯลฯ เหลานี้ล้วนก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพอย่างเฉียบพลัน หรือ เรื้อรัง โดยมีอาการ เช่น ปวดหัว ระคายเคืองตา จมูก ลำคอ คันตามผิวหนัง มีน้ำมูก หน้ามืด คลื่นไส้ และ ขาดความกระตือรือร้นในการทำงาน
การแก้ไขอย่างหนึ่งที่ทำแล้วได้ผลดี คือเลือกไม้ประดับที่มีคุณสมบัติดูดสารพิษต่าง ๆ มาปลูกไว้ในอาคารดังกล่าว นั่นเอง มาดูดีกว่าว่า ต้นไม้ประดับชนิดไหน ช่วยลดสารพิษเหล่านี้ได้ยอดเยี่ยมบ้าง
ปาล์มไผ่ ดูดสารพิษทั้งสามชนิด (ฟอร์มัลดีไฮน์ หรือฟอร์มาลีน ไตรคลอโรเอธิลีน เบนซีน) ได้ดี
พลูด่าง ลดสารเบนซีนได้ดี และยังช่วยลดก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์ได้เยี่ยม รวมถึงช่วยคายความชื้นให้อากาศได้ดีด้วย ที่สำคัญหาง่าย ราคาถูก ขยายพันธุ์ไม่ยุ่งยากอีกด้วย
เขียวหมื่นปี ดูดสารพิษได้มาก โดยเฉพาะ ไตรคลอโรเอธิลีน เวลา 24 ชั่วโมง ดูดกลืนสารพิษนี้ได้ถึง 35%
วาสนาและวาสนาอธิษฐาน ดูดสารฟอร์มัลดีไฮน์ได้ยอดเยี่ยมถึง 70%
เศรษฐีเรือนใน ดูดคาร์บอนมอนออกไซด์ได้ถึง 96% และ ฟอร์มัลดีไฮน์ได้ถึง 86%
ว่านหางจระเข้ ดูดซับสารฟอร์มัลดีไฮน์ที่มีความเข้มข้นต่ำได้ดี และที่รู้กันดีว่าวุ้นว่านหางจระเข้นั้นสรรพคุณด้านรักษาแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวกได้ชะงัด หรือจะนำไปปรุงรับประทานเป็นอาหารช่วยคลายร้อนด้วยก็ได้ เรียกได้ว่าปลูกไว้แล้วคุ้มสุดคุ้ม
ลิ้นมังกร ดูดสารพิษทั้งสามชนิดได้ในระดับสูง แต่ที่เทพขึ้นไปกว่านั้นคือ ต้นไม้นี้จะคายก๊าซออกซิเจนในเวลากลางคืน จึงเหมาะจะปลูกไว้ในห้องนอน
เหล่านี้คือความเทพของต้นไม้ที่สามารถช่วยจัดการกับ PM2.5 และมลพิษทางอากาศได้ แต่คงดีกว่า ถ้ามนุษย์เราจะหันมาตระหนักรักโลกให้มากขึ้น ลด ละ เลิก ปรับพฤติกรรมแย่ๆ ที่ก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมอยู่ ณ ขณะนี้ เพราะนั่นคือแนวทางแก้ปัญหาที่ยั่งยืนที่สุด
ที่มาข้อมูล:
1. www.technologychaoban.com
2. www.banidea.com
3. www.sciencedirect.com
4. www.thainews.prd.go.th