• Article
  • Infographic
  • Interview
  • Urban Voice
  • Update
  • Directory
  • About
Recommended
  • เปลี่ยนระบบ เชื่อมข้อมูล: ฐานสำคัญของการจัดการฝุ่น PM2.5
  • ลองนั่งสุดสายรถเมล์ไฟฟ้า รถสายพันธุ์ใหม่ที่อยากให้คนกรุงได้ยิ้ม
  • เฉลียวฉลาด จิตใจเริงร่า เมื่อ PM2.5 ลดลง
Breathe Bangkok
Breathe Bangkok Breathe Bangkok
  • Article

“เอลล่า” เด็กหญิงผู้ผลักให้อังกฤษเดินหน้ากฎหมายอากาศสะอาด

  • March 26, 2026
  • สภาลมหายใจกรุงเทพฯ
Total
0
Shares
0
0
0

ระหว่างที่คนไทยยังต้องทวงถามต่อรัฐบาลใหม่ ถึงการนำกฎหมายอากาศสะอาดกลับเข้าสู่การพิจารณา เพื่อยืนยันว่า “สิทธิในอากาศสะอาด” จะต้องได้รับการรับรองในฐานะสิทธิพื้นฐาน และรัฐมีหน้าที่ปกป้องลมหายใจของประชาชน อังกฤษกำลังเดินหน้าผลักดันกฎหมายอากาศสะอาดเช่นเดียวกัน และล่าสุดร่างกฎหมายนี้กำลังเข้าสู่การพิจารณาวาระที่ 2 ของรัฐสภา ในเดือนเมษายน 2026 หลังจุดเปลี่ยนสำคัญที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2020

การขับเคลื่อนกฎหมายอากาศสะอาดในอังกฤษ หรือ “Clean Air (Human Rights) Bill” ซึ่งที่เป็นที่รู้จักในชื่อ “Ella’s Law” มีจุดเริ่มต้นจากการเสียชีวิตของ เอลล่า (Ella Roberta Adoo-Kissi-Debrah) เด็กหญิงวัย 9 ขวบ ซึ่งการต่อสู้ของมารดาของเธอ Rosamund Adoo-Kissi-Debrah ทำให้ศาลสูงมีคำพิพากษาว่าการเสียชีวิตของเอลล่า มีมลพิษทางอากาศเป็นสาเหตุสำคัญ

การจากไปของเอลล่า และคำพิพากษา
เอลล่าป่วยด้วยโรคหอบหืดก่อนอายุครบ 7 ไม่นาน สองปีต่อมา เด็กหญิงเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลถึง 27 ครั้ง กระทั่งเสียชีวิตจากอาการหอบหืดกำเริบรุนแรง เพียงไม่กี่สัปดาห์หลังวันเกิดครบรอบ 9 ขวบ ในปี 2013

การจากไปของเอลล่าคงไร้ความหมาย หากแม่ของเธอยอมรับคำวินิจฉัยจากแพทย์ว่าลูกสาวจากไปด้วยอาการของโรคตั้งแต่แรก แต่เพราะเธอเชื่อว่า การที่บ้านเธออาศัยอยู่ห่างจากถนนวงแหวนทางใต้ที่พลุกพล่านเพียง 25 เมตร และมีมลพิษทางอากาศสูงนั่นต่างหากที่เป็นต้นเหตุ ด้วยพื้นที่ดังกล่าวมีระดับก๊าซไนโตรเจนออกไซด์สูงเกินมาตรฐานจากการจราจร และมีฝุ่น PM2.5 เกินมาตรฐานที่องค์การอนามัยโลกกำหนด

เอลล่าเดินผ่านถนนสายนี้เป็นประจำระหว่างทางไปกลับจากโรงเรียน และอาการหอบหืดของเธอจะกำเริบซ้ำในช่วงที่ระดับมลพิษในพื้นที่พุ่งสูง ข้อสันนิษฐานว่าการเสียชีวิตจากโรคมีต้นเหตุจากมลพิษทางอากาศของโรซามุนด์ ทำให้เรื่องนี้เข้าสู่กระบวนการไต่สวน ทว่าคดีได้จบลงในปีถัดมาพร้อมระบุเพียงว่า เอลล่าเสียชีวิตจากภาวะหัวใจล้มเหลว

คำตัดสินที่ไม่กล่าวถึงความเกี่ยวข้องกับมลพิษทางอากาศ ทำให้การต่อสู้เพื่อรื้อคดีเริ่มต้นขึ้น แม่ของเอลล่ารวบรวมข้อมูลคุณภาพอากาศควบคู่กับประวัติการรักษา ยื่นต่อศาลสูงอีกครั้งเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับลูกสาว และเพื่อยืนยันความเชื่อมโยงของมลพิษกับอาการป่วย กระทั่งปี 2020 การไต่สวนครั้งที่สองได้วินิจฉัยว่า มลพิษทางอากาศมีส่วนสำคัญต่อการเสียชีวิต และนับเป็นรายแรกของอังกฤษที่ได้มีการบันทึกในสาเหตุการเสียชีวิตว่าเกิดจากมลพิษทางอากาศ

คดีนี้นำมาสู่การฟ้องร้องหน่วยงานรัฐบาล เพื่อเรียกค่าชดเชยสำหรับความเสียหายต่อการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรของเอลล่า กระทรวงสิ่งแวดล้อม อาหาร และกิจการชนบท กระทรวงคมนาคม กระทรวงสาธารณสุขและสังคมสงเคราะห์ ตกเป็นจำเลยในคดีนี้ ว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำและการละเว้นของหน่วยงานทั้ง 3 กระทรวงในช่วงระยะเวลาหลายปี

ราวี เมตาห์ ทนายความตัวแทนของครอบครัวชี้ว่า นี่ไม่ใช่คดีเรียกร้องค่าเสียหายส่วนบุคคล แต่เป็นการเรียกร้องเพื่อสิ่งที่โรซามุนด์ยืนยันว่า “เป็นสิทธิในการได้รับอากาศบริสุทธิ์” ภายใต้พระราชบัญญัติสิทธิมนุษยชน และนับเป็นคดีแรกที่มีการฟ้องร้องในลักษณะนี้

การเสียชีวิตของเอลล่า และการต่อสู้ของโรซามุนด์ ได้เปลี่ยนมุมมองของสังคมที่มีต่อมลพิษทางอากาศ จากความเสี่ยงที่มองไม่เห็น เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตผู้คนโดยตรง พร้อมตั้งคำถามถึงหน้าที่ของรัฐในการปกป้องสิทธิในการหายใจของประชาชน

แรงขับเคลื่อนจากการรวมตัวของเครือข่าย
ครอบครัวของเอลล่าใช้เวลาหลายปีในการต่อสู้จนได้รับคำตัดสินในปี 2020 ระหว่างนั้นเรื่องราวของเธอได้เข้ามาอยู่ในการรับรู้ของสังคม และขยายไปสู่ประเด็นสาธารณะ จนเกิดเป็นแรงขับเคลื่อนที่ชัดเจนขึ้น โดยมีแนวร่วมหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายผู้ปกครอง บุคลากรทางการแพทย์ องค์การสิ่งแวดล้อม เช่น กลุ่มผู้ปกครองอย่าง Mums for Lungs ผลักประเด็นนี้ในระดับชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะพื้นที่โรงเรียนและชุมชนเมือง

กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์และเครือข่ายรณรงค์ ช่วยกันย้ำให้เห็นว่ามลพิษทางอากาศคือปัจจัยต้นน้ำของปัญหาสุขภาพ และการออกมาสนับสนุนให้รัฐยกระดับมาตรการอย่างจริงจังโดยองค์กรต่าง ๆ โดยมี Ella Roberta Foundation ทำหน้าที่เชื่อมการรณรงค์

ช่วงปี 2022 โดยการนำของโรซามุนด์ พวกเขาได้ยื่นต่อรัฐบาลอังกฤษให้ออกกฎหมาย “Clean Air (Human Rights) Bill” หรือที่เป็นที่รู้จักในชื่อ “Ella’s Law” ซึ่งเป็นข้อเรียกร้องเชิงโครงสร้าง โดยมีเนื้อหาหลักเสนอให้อากาศสะอาดเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน ตั้งเป้าให้คุณภาพอากาศของอังกฤษสอดคล้องกับมาตรฐานขององค์การอนามัยโลกภายใน 5 ปี และให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการพลเมืองเพื่ออากาศสะอาด เฝ้าติดตามและรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการ

Ultra low emission ULEZ Zone sign London UK

ร่างกฎหมายที่ผ่านวาระได้ด้วยการสนับสนุนของภาคการเมือง
แม้จะมีการยอมรับร่วมกันทั้งฝั่งรัฐและภาคประชาชนว่าอากาศสะอาดเป็นเรื่องของสุขภาพ แต่การเดินไปสู่จุดนั้นก็ยังมีแรงต้านบางส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อลอนดอนได้นำมาตรการจำกัดการปล่อยมลพิษในเขตเมือง (ULEZ) มาใช้ในปี 2019 ภาคธุรกิจกังวลเรื่องต้นทุนที่สูงขึ้น ขณะที่ประชาชนบางกลุ่มตั้งคำถามถึงภาระค่าใช้จ่ายจากมาตรการที่เข้มงวด

อย่างไรก็ตาม การขับเคลื่อนยังดำเนินต่อ ขณะที่ลอนดอนได้นำมาตรการด้านคุณภาพอากาศมาใช้ในระดับเมืองซึ่งเป็นเครื่องมือเชิงนโยบาย โรซามุนด์และเครือข่ายภาคประชาชนผลักดันร่างกฎหมายในระดับประเทศ และได้รับแรงหนุนจากภาคการเมือง

แรงหนุนในเชิงบวก เป็นแรงผลักสำคัญที่ทำให้ร่างกฎหมาย Clean Air (Human Rights) Bill หรือ “Ella’s Law” ถูกเสนอเข้าสู่รัฐสภาโดย ซิอาน เบอร์รี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคกรีน เมื่อเดือนกรกฎาคม 2025 ด้วยการสนับสนุนจาก ส.ส.พรรคแรงงาน พรรคเสรีประชาธิปไตย พรรค SNP และส.ส.อิสระ

“ไม่ควรมีเด็กคนใดที่ปอดเจริญเติบโตไม่เต็มที่ เพราะมลพิษทางอากาศในที่อยู่อาศัย โรงเรียน สนามเด็กเล่น กฎหมายของเอลล่าจะเปลี่ยนแปลงเรื่องนี้ได้ รัฐบาลต้องดำเนินการหยุดยั้งการเสียชีวิตและโรคภัยจากมลพิษทางอากาศให้หมดไป ด้วยเป้าหมายที่จริงจัง และงบประมาณที่เพียงพอ เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นอีก” ซิอาน เบอร์รี กล่าว

สาระสำคัญของร่างกฎหมายร่างกฎหมายนี้ กำหนดให้รัฐบาลต้องบรรลุเป้าหมายอากาศสะอาดทั่วประเทศอังกฤษภายในวันที่ 1 มกราคม 2030 โดยรัฐต้องยกระดับมาตรฐานคุณภาพอากาศให้สอดคล้องกับแนวทางขององค์การอนามัยโลก และรับผิดชอบต่อสุขภาพของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

“ดิฉันเชื่อว่า การช่วยชีวิตควรเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของรัฐบาล และหวังว่ารัฐบาลนี้จะรับทราบและมุ่งมั่นที่จะช่วยชีวิตผู้คนที่มีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากมลพิษทางอากาศถึง 500 รายต่อสัปดาห์ กฎหมายนี้จะเป็นก้าวสำคัญที่สุดในการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศในประเทศนี้” โรซามุนด์กล่าวอย่างยินดี หากการสูญเสียลูกสาวของเธอเมื่อ 13 ปีที่แล้ว จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของกฎหมาย ที่กำหนดความรับผิดชอบของรัฐต่ออากาศที่ผู้คนใช้หายใจ

ที่มา:
– https://www.sianberry.org.uk/news/ellas-law-published/
– https://bills.parliament.uk/bills/3998
– https://www.ellaroberta.org/campaigns/ellas-law
– https://www.theguardian.com/environment/2024/jan/25/mother-of-girl-who-died-from-air-pollution-sues-uk-government
– https://www.bbc.com/news/articles/cdxll7xnp0go
– https://www.rcpch.ac.uk/news-events/news/rcpch-launches-action-support-clean-air-human-rights-bill
– https://www.bbc.com/news/uk-england-66647883
– https://www.facebook.com/profile.php?id=100079722150142#

Total
0
Shares
Share 0
Tweet 0
Share 0
Avatar photo
สภาลมหายใจกรุงเทพฯ

Related Topics
  • CoCreatingCleanAirForAll
  • สภาลมหายใจกรุงเทพฯ
  • สสส.
You May Also Like
View Post

เด็กไทยไม่ยอมแพ้ฝุ่น! ปลุกพลังนวัตกรรุ่นใหม่ พัฒนานวัตกรรมเพื่ออากาศสะอาด

View Post

ฝุ่นเมือง สุขภาพ และระบบนิเวศอากาศสะอาด ที่ทุกภาคส่วนต้องมองเป้าหมายเดียวกัน

View Post

ฝุ่นข้ามพรมแดน ปัญหาที่ต้องแก้แบบไร้พรมแดน

View Post

โจทย์ ‘ไฟป่า’ ในมือคนท้องถิ่น บทเรียนจริงจากพื้นที่สู้ไฟกับทางออกที่ต้องขยับทั้งระบบ

View Post

ป่วยจาก PM2.5 ต้องทำอย่างไร?

View Post

แก้ฝุ่นจากไฟเกษตรต้องมองทั้งระบบ ตั้งแต่การผลิตจนถึงแรงจูงใจทางเศรษฐกิจ

View Post

เปลี่ยนระบบ เชื่อมข้อมูล: ฐานสำคัญของการจัดการฝุ่น PM2.5

View Post

ฉันทามติ 7 พรรคการเมือง เห็นพ้องดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาด นโยบายแก้ฝุ่น–สิ่งแวดล้อม ที่ให้คำมั่นไว้

Breathe Bangkok
สภาลมหายใจกรุงเทพฯ
© 2025 – breathebangkok.org

  • Article
  • Infographic
  • Interview
  • Urban Voice
  • Update
  • Directory
  • About
ติดตามข่าว Breathe Bangkok
follow us:

Input your search keywords and press Enter.