• Article
  • Infographic
  • Interview
  • Urban Voice
  • Update
  • Directory
  • About
Recommended
  • หน้ากากอนามัยอัจฉริยะ นวัตกรรมต้านฝุ่นตอบไลฟ์สไตล์
  • แยกขยะแบบ 3 อ. ลดการเผา ลดมลพิษในอากาศ
  • เฉลียวฉลาด จิตใจเริงร่า เมื่อ PM2.5 ลดลง
Breathe Bangkok
Breathe Bangkok Breathe Bangkok
  • Article

เมียนมา-ไทย ร่วมแก้ฝุ่นข้ามพรมแดน ส่งต่อองค์ความรู้ โชว์ต้นแบบลดเผาในที่โล่ง

  • January 31, 2024
  • ศิริวรรณ สิทธิกา
Total
0
Shares
0
0
0

ด้วยตระหนักถึงปัญหาฝุ่นควันข้ามพรมแดน ที่ส่งผลให้เกิดมลพิษทางอากาศ และก่อผลกระทบด้านสุขภาพของประชาชนอย่างไม่มีพรมแดน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง, กรมควบคุมมลพิษ, กรุงเทพมหานคร, ศูนย์วิชาการเพื่อขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศวอ.) และมูลนิธิส่งเสริมการออกแบบอนาคตประเทศไทย จึงสานพลังร่วมกันแก้ไขปัญหานี้

ผ่านโครงการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศข้ามแดนจากการเผาไหม้ ระหว่างไทย – เมียนมา (The Technical Workshop and Study Visit on Transboundary Haze Pollution Management Between Thailand and Myanmar) เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2567

โดยร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ทางวิชาการในการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศของประเทศไทย ในหัวข้อ การแก้ปัญหามลพิษทางอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานคร, การขับเคลื่อนงานวิชาการกับการลดการเผาภาคเกษตร, มุมมองปัญหาหมอกควันข้ามแดนไทย-เมียนมา-ลาว, และการขับเคลื่อนชุมชนปลอดการเผาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT)

และเยี่ยมชมกิจกรรมส่งเสริมการลดการเผาวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร เพื่อนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงชีวมวลสำหรับเครื่องยนต์ต้นกำลังพลังชีวมวล พร้อมชมสาธิตการทำงานของเครื่องยนต์ต้นกำลังชีวมวล ผลิตแก๊สเชื้อเพลิง ลดการเผาในพื้นที่โล่งภาคการเกษตรพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่ชุมชนอาสาพัฒนา เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า ปัจจุบันภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออก มีประชากรรวมกันกว่า 150 ล้านคน แนวโน้มการพัฒนาสู่ความเป็นเมืองที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนี้ มีส่วนทำให้เกิดมลพิษทางอากาศ และส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตก่อนวัยอันควรอันมีสาเหตุจากมลพิษทางอากาศถึง 1.3 ล้านคน คิดเป็น 30% ของประชากรทั่วโลก

“สสส. มุ่งสร้างสุขภาวะประชาชน โดยเน้น ‘สร้างนำซ่อม’ ได้ยกระดับการดำเนินงานปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพด้านการลดผลกระทบสุขภาพจากมลพิษสิ่งแวดล้อม เป็น 1 ใน 7 ทิศทางและเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ 10 ปี (2565-2574) โดยมลพิษทางอากาศเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเร่งแก้ปัญหา

“สำหรับปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดน มีความเกี่ยวเนื่องกับหลายฝ่าย ไม่สามารถทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วโดยลำพัง โครงการนี้มีการกระชับความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างประเทศ เป็นก้าวสำคัญในการร่วมกันลดและป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจากฝุ่น PM2.5 ของประชาชนทั้งในราชอาณาจักรไทย และสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา” นพ.พงศ์เทพกล่าว

นายยอดยิ่ง ศุภศรี อัครราชทูตที่ปรึกษา สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง กล่าวว่า โครงการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศข้ามแดน เกิดขึ้นจากการที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง และกระทรวงการต่างประเทศ ให้ความสำคัญเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่เป็นปัญหาสำคัญที่กระทบกับชีวิตของประชาชนไทย–สปป.ลาว–เมียนมา และสอดคล้องกับผลการประชุมระดับผู้นำสามฝ่าย เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2566

“ปัญหานี้เป็นปัญหาระยะยาวที่ฝังรากลึกในวิถีชุมชนและการทำการเกษตร และเป็นปัญหาร่วมของทั้งภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ของประชาชนทั้ง 3 ประเทศ ความรู้ที่ได้จากการอบรมในครั้งนี้ จะนำไปประยุกต์ใช้บริหารจัดการแก้ไขปัญหามลพิษข้ามแดน และลดการเผาไหม้เพื่ออากาศสะอาดและมลภาวะที่ดีของทุกคน”

นายพันศักดิ์ ถิรมงคล ผู้อำนวยการกองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง กรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า “ในการหารือแนวทางการจัดการปัญหามลพิษจากหมอกควันข้ามแดน ประเทศไทยได้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการสนับสนุนองค์ความรู้ด้านวิชาการ การใช้เทคโนโลยีดาวเทียมติดตามตรวจวัดจุดความร้อน (Satellite Fire Hotspot Monitoring) และการใช้ประโยชน์ที่ดิน

“รวมถึงการถ่ายทอดประสบการณ์ในการบริหารจัดการภาคการเกษตร (Agricultural Management) ให้กับฝ่ายเมียนมา ภายใต้ยุทธศาสตร์ฟ้าใส (CLEAR Sky Strategy) ของไทย โดยฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการและเชิงเทคนิคให้กับเจ้าหน้าที่เมียนมาที่เกี่ยวข้อง จำนวน 20 คน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย จำนวน 10 คน ซึ่งได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วนร่วมดำเนินการ รวมถึงสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ สสส. ด้วย ซึ่งคาดว่าจะนำไปสู่การบรรเทาปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 ทั้งในไทยและเมียนมาในอนาคตต่อไป”

ทั้งนี้ นวัตกรรมเครื่องยนต์ต้นกำลังพลังชีวมวล เป็นหนึ่งในกิจกรรม ‘โครงการสานพลังเคาท์ดาวน์ PM2.5 เพื่อสุขภาวะคนเมือง (หลวง)’ โดยมูลนิธิส่งเสริมการออกแบบอนาคตประเทศไทย ซึ่งนำเครื่องยนต์ดีเซลที่ไม่ใช้งานแล้วของ กทม. มาพัฒนาเป็นเครื่องยนต์ต้นกำลังพลังชีวมวล

โดยนำวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรอย่างฟางอัดแท่งหรือเศษไม้ มาแปลงเป็นพลังงานด้วยกระบวนการแก๊สซิฟิเคชั่น ซึ่งเป็นการผลิตแก๊สเชื้อเพลิงหรือแปรรูปชีวมวลด้วยเตาผลิตแก๊ส โดยไม่ทำให้เกิดฝุ่นละอองหรือควันดำที่สร้างมลพิษทางอากาศ นับเป็นอีกนวัตกรรมหนึ่งที่จะช่วยส่งเสริมการลดการเผาทางการเกษตร เพื่อลดปัญหาฝุ่น PM2.5 และใช้วัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรอย่างเกิดประโยชน์

Total
0
Shares
Share 0
Tweet 0
Share 0
Avatar photo
ศิริวรรณ สิทธิกา

คนธรรมดาที่สนใจการสื่อสารเพื่อการเปลี่ยนแปลง และอยากเห็นโลกใบนี้ดีขึ้นกว่าเดิม

Related Topics
  • 1BlueSky
  • OneSkyMillionBreaths
  • หนึ่งท้องฟ้าล้านลมหายใจ
You May Also Like
View Post

เด็กไทยไม่ยอมแพ้ฝุ่น! ปลุกพลังนวัตกรรุ่นใหม่ พัฒนานวัตกรรมเพื่ออากาศสะอาด

View Post

ฝุ่นเมือง สุขภาพ และระบบนิเวศอากาศสะอาด ที่ทุกภาคส่วนต้องมองเป้าหมายเดียวกัน

View Post

ฝุ่นข้ามพรมแดน ปัญหาที่ต้องแก้แบบไร้พรมแดน

View Post

“เอลล่า” เด็กหญิงผู้ผลักให้อังกฤษเดินหน้ากฎหมายอากาศสะอาด

View Post

โจทย์ ‘ไฟป่า’ ในมือคนท้องถิ่น บทเรียนจริงจากพื้นที่สู้ไฟกับทางออกที่ต้องขยับทั้งระบบ

View Post

ป่วยจาก PM2.5 ต้องทำอย่างไร?

View Post

แก้ฝุ่นจากไฟเกษตรต้องมองทั้งระบบ ตั้งแต่การผลิตจนถึงแรงจูงใจทางเศรษฐกิจ

View Post

เปลี่ยนระบบ เชื่อมข้อมูล: ฐานสำคัญของการจัดการฝุ่น PM2.5

Breathe Bangkok
สภาลมหายใจกรุงเทพฯ
© 2025 – breathebangkok.org

  • Article
  • Infographic
  • Interview
  • Urban Voice
  • Update
  • Directory
  • About
ติดตามข่าว Breathe Bangkok
follow us:

Input your search keywords and press Enter.