
เดือนมีนาคมปี 2025 นี้เอง ที่ชาวเมืองปารีสได้พากันโหวตอนุมัติแผนปิดถนนที่รถยนต์เคยสัญจรอีก 500 สาย เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว ลดปรากฏการณ์เกาะความร้อนในเมือง และเปิดทางให้คนเดินถนน ผู้ใช้จักรยาน ได้ใช้ร่วมกัน ทั้งยังตัดที่จอดรถออกไปจากเดิม 10 เปอร์เซ็นต์ โดยมีเป้าหมายในการสร้างถนนสำหรับคนเดินเท้า 5-8 สายต่อย่าน
แผนนี้มาจากความทะเยอทะยานของ แอนน์ ฮิดัลโก นายกเทศมนตรีของปารีส ที่ต้องการเปลี่ยนโฉมหน้าของเมืองที่ถูกครองโดยรถยนต์ ไปสู่เมืองที่เน้นระบบขนส่งสาธารณะ และการเดินทางที่ไม่ก่อมลพิษ หลังจากได้เปลี่ยนภูมิทัศน์ของถนน 300 สายให้มีต้นไม้เพิ่มขึ้น และปลอดรถยนต์ไปแล้วเมื่อปี 2020
อะไรทำให้ชาวปารีสส่วนใหญ่เห็นพ้องไปกับแนวคิดของแอนน์ เพื่อคำตอบที่เป็นเหตุเป็นผล เราจำเป็นต้องย้อนไทม์ไลน์กลับไปดูการขับเคลื่อนอย่างมีแบบแผน ของสตรีที่เข้ามาดำรงตำแหน่งแม่เมืองเมื่อปี 2014 คนนี้
เช่นเดียวกับเมืองใหญ่ทั่วโลกที่ต่างก็เผชิญกับปัญหามลพิษทางอากาศ กว่า 20 ปีก่อนหน้านี้ ค่ามลพิษในพื้นที่ทุกเขตของปารีสเกินมาตรฐานสหภาพยุโรป จากความแอดอัด และปัญหาปริมาณรถที่มากเกินกว่าเมืองจะรองรับ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของชาวเมืองจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตก่อนวัยอันควร เมื่อก้าวเข้ามาอยู่ในตำแหน่งนายกเทศมนตรีหญิงคนแรกของปารีส แอนน์แน่วแน่ต่อการสร้างเมืองในอุดมคติ เพื่อคืนเมืองที่โรแมนติก และคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับชาวปารีส
ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่ปรับทิศทางของเมืองอย่างที่เรียกได้ว่าแทบจะล้มกระดาน ทั้งการผลักรถยนต์ออกจากพื้นที่กลางเมือง ปรับภูมิทัศน์เมืองที่แออัดด้วยถนนให้กลายเป็นสวนสีเขียว โดยให้มีทางจักรยานเพิ่มมากขึ้น ผุด ‘เมือง 15 นาที’ ที่ทุกคนจะสามารถเข้าถึงทุกความต้องการได้ในระยะ 15 นาทีจากบ้าน ด้วยโครงข่ายการขนส่งหรือการเดิน และใช้จักรยาน
ท่ามกลางความไม่เห็นด้วยของภาคบริหาร และแรงต่อต้านของประชาชนบางส่วน แอนน์ยังคงเดินหน้า และทำงานร่วมกับสภาเมือง นักวางผังเมือง และชาวปารีส ที่เอาด้วยกับแนวคิดนี้ ในปี 2016 เธอพาปารีสเข้าไปเป็นหนึ่งในโครงการ ‘Breathes Cities’ ที่สนับสนุนความพยายามในการลดมลพิษทางอากาศทั่วโลก
นโยบายอันเข้มข้นของเมือง นำมาสู่มาตรการจำกัดรถยนต์ในเขตเมืองชั้นใน และพื้นที่สำคัญ แล้วค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนให้ชาวเมืองลดใช้รถยนต์ด้วยการลดความสะดวกสบาย เช่น ลดช่องจราจร ลดพื้นที่จอดรถ เพิ่มค่าจอดรถ บังคับใช้ความเร็วสูงสุด 30 กม./ ชม. ห้ามรถยนต์วิ่งบนฝั่งขวาของแม่น้ำแซน และสร้างทางเดินริมแม่น้ำซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของการฟื้นฟูเมือง พร้อมทั้งส่งเสริมการเดินทางประเภทอื่น และผลักดันขนส่งสาธารณะฟรีควบคู่ไปด้วย

‘Plan Velo’ ซึ่งเป็นแผนงานด้านจักรยานของแอนน์ ได้รับการตอบรับในเชิงบวก และ ‘เมือง 15 นาที’ ก็อยู่ภายใต้แผนนี้ ปารีสลงทุนกว่า 400 ล้านยูโรในโครงสร้างพื้นฐานสำหรับจักรยาน มีการสร้างเลนจักรยานในปารีสเพิ่มขึ้น 40 เปอร์เซ็นต์ เป็นระยะทางกว่า 1,000 กิโลเมตรภายในปี 2022 และตั้งเป้าเพิ่มขึ้นอีก 180 กิโลเมตรภายในปี 2026 พร้อมบริการ Bike Sharing
ฌ็องเซลิเซ่ ถนนสายสำคัญของปารีส ถูกปรับปรุงครั้งใหญ่ ด้วยก่อนหน้านี้มีจำนวนรถยนต์วิ่งเฉลี่ย 3,000 คันต่อชั่วโมง ส่งผลให้ระดับไนโตรเจนไดออกไซด์สูงกว่าเกณฑ์ที่องค์การอนามัยโลกกำหนดถึง 2 เท่า ทำให้เกิดการเรียกร้องให้ออกแบบใหม่ เพื่อความเป็นอยู่ที่ดี และเป็นเมืองยั่งยืน ทั้งการจำกัดการจราจรบนถนน สร้างพื้นผิวถนนที่มีเสียงรบกวนต่ำ ปลูกต้นไม้ และมี ‘ห้องนั่งเล่นในสวน’ เพื่อใช้เป็นที่พักผ่อนของชาวเมือง
การเปลี่ยนเมืองที่ค่อยเป็นค่อยไปอย่างมีแบบแผน และไม่ยอมลดบาร์ลงต่ำ ประกอบกับความกล้าหาญในการตัดสินใจของแอนน์ ที่นอกจากใช้มาตรการจริงจังแล้ว ยังสื่อสารถึงประโยชน์ด้านสุขภาพ คุณภาพชีวิต และจัดเวทีรับฟังความเห็นในประเด็นต่าง ๆ เพราะการจะเปลี่ยนแปลงอะไรก็ตาม หากปราศจากการมีส่วนร่วมย่อมไม่ได้รับความเห็นชอบ
ผลลัพธ์ของมันค่อย ๆ เปลี่ยนมุมมองของชาวปารีสที่มีต่อเมืองในรูปลักษณ์ใหม่ไปด้วย เพราะจากหลาย ๆ มาตรการที่เกิดขึ้น ทำให้คุณภาพอากาศของปารีสดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มีข้อมูลของหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมของปารีสระบุว่า ระดับของฝุ่นละอองขนาดเล็กลดลง 40 เปอร์เซ็นต์ และระดับไนโตรเจนไดออกไซด์ลดลง 50 เปอร์เซ็นต์ นับตั้งแต่ปี 2014 และค่าเฉลี่ย PM2.5 ก็ลดลงถึง 55 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปี 2005
ผู้คนปรับตัวเข้าหาการเดินทางที่มิตรกับตัวเอง และเมือง ในผลสำรวจปี 2019 พบว่า ชาวปารีสกว่า 72 เปอร์เซ็นต์ สนับสนุนนโยบายต้นมลพิษ สนับสนุนการแบนรถดีเซลภายในปี 2024 และรถเบนซินภายในปี 2030 ตามแผนของเมือง การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวก็ลดลงเหลือต่ำกว่า 5 เปอร์เซ็นต์ของการเดินทางทั้งหมดในเขตเมืองชั้นใน กระทั่งล่าสุดที่ได้รับการสนับสนุนให้มีถนนปลอดรถยนต์อีก 500 สาย ตามผลโหวตของประชาชนมากกว่า 64 เปอร์เซ็นต์ โดยถนนปลอดรถยนต์สายใหม่นี้จะเน้นย่านใกล้โรงเรียนเป็นสำคัญ
การพลิกตัวเองจากการเป็นเมืองมลพิษสูง มาเป็นผู้นำด้านอากาศสะอาดของปารีส ได้รับการยอมรับและเป็นต้นแบบให้หลายประเทศนำเอาแนวทางไปประยุกต์ใช้ตามบริบทที่เป็น แต่ที่ต้องไม่ลืมก็คือ การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของปารีสนี้ เกิดขึ้นได้ด้วยความตั้งใจของผู้บริหารเมืองบวกกับแรงสนับสนุนจากชาวเมือง ที่มีจุดร่วมเดียวกันว่าอยากมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิม
กระทั่งคู่แข่งทางการเมืองหรือผู้ท้าชิงตำแหน่งนายกเทศมนตรีของแอนน์ ก็ยังยอมรับ และเห็นด้วยในวิสัยทัศน์นี้อย่างไม่มีข้อโต้แย้ง
อ้างอิง:
– www.weforum.org/videos/paris-cut-air-pollution
– www.dezeen.com
– www.bloomberg.com
– www.archive.curbed.com
– www.thebetter.news