
ในขณะที่ปัญหาฝุ่นพิษในเมืองยังต้องใช้เวลาในการแก้เพราะต้องอาศัยกลไกจากหลายภาคส่วน การจัดการคุณภาพอากาศภายในที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงาน จึงเป็นเรื่องจำเป็นในการป้องกันตัวเองจากโรคภัยที่เกิดจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก ที่นอกจากเครื่องฟอกอากาศซึ่งใช้งานอยู่แพร่หลาย อีกหนึ่งวิธีที่สามารถทำได้และให้ผลที่มีประสิทธิภาพ คือการสร้างห้องแรงดันบวก (Positive Pressure)
การควบคุมคุณภาพอากาศภายในห้อง ด้วยหลักการของ ‘ห้องแรงดันบวก’ คือวิธีอัดอากาศบริสุทธิ์เข้าสู่ห้องพักเพื่อสร้างแรงดันภายในห้องให้สูงกว่าสภาพแวดล้อมภายนอก ซึ่งจะทำให้อากาศปนเปื้อนและฝุ่นละอองไม่สามารถเล็ดลอดเข้าห้องพักได้ โดยอาศัยอุปกรณ์เพียงแผ่นกรอง HEPA หรือ Activated Carbon Filter และพัดลมเติมอากาศ
ด้วยหลักการนี้ จะช่วยป้องกันฝุ่น PM2.5 ไม่ให้เข้ามาในห้องพัก ช่วยลดปริมาณเชื้อโรคและสารปนเปื้อนในอากาศ เพิ่มคุณภาพอากาศภายในห้องพักให้บริสุทธิ์ขึ้น เป็นการช่วยให้ระบบหายใจของผู้พักอาศัยปลอดภัยจากมลพิษอากาศ
ข้อมูลจากศูนย์วิชาการเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาหมอกควันภาคเหนือ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ให้คำอธิบายถึงการทำงานทั้ง 4 ขั้นตอนของหลักการนี้ไว้ว่า
- ขั้นตอนที่ 1 กรองอากาศก่อนเข้าสู่ห้องพัก: อากาศภายนอกจะถูกกรองผ่านแผ่นกรอง HEPA หรือ Activated Carbon Filter เพื่อขจัดฝุ่น PM2.5 และสารปนเปื้อน ในบางระบบอาจใช้เครื่องกรองอากาศพร้อมไส้กรอง ULPA (Ultra-Low Penetration Air Filter) สำหรับอนุภาคฝุ่นละอองที่เล็กกว่า PM2.5
- ขั้นตอนที่ 2 อัดอากาศบริสุทธิ์เข้าสู่ห้องพัก: ใช้พัดลมเติมอากาศ (Fresh Air Fan) ดันอากาศที่กรองแล้วเข้าสู่ห้องพัก
ทั้งนี้ปริมาณอากาศที่ถูกอัดเข้าต้องมากกว่าอากาศที่ไหลออก เพื่อสร้างความดันบวกภายในห้อง - ขั้นตอนที่ 3 ป้องกันการไหลย้อนกลับของอากาศปนเปื้อน: เมื่อแรงดันภายในห้องสูงขึ้น อากาศจากภายนอกจะไม่สามารถไหลย้อนกลับเข้าไปในห้องได้ หากมีช่องรั่ว เช่น รอยต่อหน้าต่างหรือประตู อากาศภายในห้องจะไหลออกไปด้านนอกแทน
- ขั้นตอนที่ 4 ควบคุมการไหลเวียนของอากาศ: ใช้ระบบเซ็นเซอร์ตรวจจับฝุ่นและความดันอากาศ เพื่อปรับระดับแรงดันให้เหมาะสม หากค่าฝุ่นภายนอกสูง ระบบจะเพิ่มอัตราการกรองอากาศและการอัดอากาศบริสุทธิ์

สร้างห้องแรงดันบวกในอาคารหรือบ้านพัก
หลักการแรงดันบวก ถูกนำมาใช้ในโรงพยาบาล ห้องปลอดเชื้อ ห้องผ่าตัด และอาคารที่ต้องการควบคุมคุณภาพอากาศมานานแล้ว และปัจจุบันเริ่มมีการนำมาประยุกต์ใช้ในบ้านและออฟฟิศ เพื่อยกระดับคุณภาพอากาศและสุขภาพการหายใจของคนในที่พักอาศัยและอาคาร
หนึ่งในนั้นคืออาคารสำนักงานของบริษัท บริษัท หาญ เอ็นจิเนียริ่ง โซลูชั่นส์ จำกัด (มหาชน) อาคารกรีนมาตรฐาน DGBN ซึ่งดร.เจน ชาญณรงค์ กรรมการบริหาร และผู้อำนวยการ Harn Innovation & Incubation Committee (HIIC) ได้เล่าให้ฟังว่า อาคารนี้ใช้ Dedicated Outdoor Air System หรือ DOAS ในการกรองอากาศ แล้วอัดเข้าอาคารให้เกิดเป็นแรงดันบวกในห้อง ผลที่ได้คืออากาศสะอาดในอาคาร และทุกห้องไม่มีฝุ่นเลย กระทั่งลูบหน้าโต๊ะก็ไม่เคยมีฝุ่นติดมือ
แต่ด้วย DOAS ยังไม่มีระบบขนาดเล็กสำหรับพื้นที่ขนาดเล็กกว่า หากจะนำหลักการนี้มาปรับใช้กับบ้านพักอาศัย ดร.เจนมีคำแนะนำในการปรับใช้กับห้องที่มีระบบเครื่องปรับอากาศซึ่งทำให้ห้องแห้งได้โดยไม่ต้องพึ่ง DOAS อยู่แล้ว สิ่งที่ต้องมองหาคือระบบ positive pressure ซึ่งมีเครื่องแบรนด์จีนจำหน่ายในตลาด เครื่องนี้มีเซนเซอร์ภายในตัว และจะทำงานได้เองหาก CO2 หรือ PM2.5 ในบ้านสูง
ปัจจุบันด้วยราคาของเครื่อง positive pressure และไส้กรองที่มีขนาดจำเพาะของแต่ละยี่ห้อทำให้ราคายังสูงอยู่ หากสามารถมีกลไกมาทำให้ราคาถูกลง หรือใช้ไส้กรองที่เป็นขนาดมาตรฐาน ราคาไม่แพงได้ ก็จะเป็นผลดีต่อผู้บริโภค
นอกจากป้องกันฝุ่นจากภายนอก การจัดการมลพิษภายในอาคารก็เป็นอีกข้อแนะนำหากต้องการควบคุมคุณภาพอากาศให้ปลอดภัย การใช้เครื่องวัด CO2 เพื่อวัดระดับคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นก๊าซที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่นให้รับรู้ได้ด้วยตนเอง จะช่วยในการบ่งชี้คุณภาพอากาศได้ ขณะเดียวกันสาร VOCs ซึ่งเป็นสารเคมีที่ระเหยจากวัสดุในอาคาร เช่น สีทาบ้าน พื้น และเฟอร์นิเจอร์ ก็เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ Low VOC ก็ควรอยู่ในข้อพิจารณาเช่นกัน

มุ้งแรงดันบวก DIY
สำหรับพื้นที่ที่ประสบปัญหาฝุ่นควันในต่างจังหวัด ที่ลักษณะของบ้านพักอาศัยอาจไม่มีห้องปิดหรือห้องแอร์ สามารถนำหลักการนี้ไปประยุกต์ใช้กับมุ้งนอนเพื่อสร้างโซนปลอดฝุ่นได้เช่นกัน ด้วยอุปกรณ์ไม่กี่ชิ้นอย่างพัดลม กล่องกรองอากาศที่ทำขึ้นเองได้ด้วยกล่องพลาสติกหรือกล่องกระดาษลูกฟูก และแผ่นกรองอากาศ
วิธีการคือนำพัดลมมาต่อเข้ากับกล่องที่บรรจุแผ่นกรองอากาศ ที่อาจใช้แผ่นกรอง HEPA แผ่นกรองฝุ่น PM2.5 หรือแผ่นกรองแอร์รถยนต์ที่ดักจับ PM2.5 ได้ แล้วเป่าลมเข้ามุ้งอย่างต่อเนื่อง จะกลายเป็นห้องแรงดันบวกฉบับ DIY ที่สามารถใช้งานได้เช่นกัน
อ้างอิง:
– www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/404616
– www.facebook.com/AcAirCMU