• Article
  • Infographic
  • Interview
  • Urban Voice
  • Update
  • Directory
  • About
Recommended
  • ที่สุดของ 5 ประเทศอากาศดี เขามีวิธีจัดการยังไงนะ
  • เราจะจัดการมลพิษอากาศอย่างไร เพื่อลมหายใจที่สะอาดและอนาคตที่ดีกว่า
  • จากเลโก้สู่ต้นแบบแก้ปัญหาฝุ่น ในเวิร์กช็อป 1BlueSky #2
Breathe Bangkok
Breathe Bangkok Breathe Bangkok
  • Article

ULEZ ลดฝุ่นควันเมืองชั้นใน ลอนดอนทำยังไงถึงได้ไปต่อ

  • April 27, 2022
  • ศิริวรรณ สิทธิกา
Total
0
Shares
0
0
0

เราได้ฟังการนำเสนอแนวคิดการลดมลพิษทางอากาศในกรุงเทพฯ ของผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ที่ได้เอ่ยถึงการนำเอานโยบาย ULEZ มาใช้เป็นแนวทางจัดการฝุ่นควันจากภาคการขนส่ง ว่าหากนำเอาวิธีนี้มาใช้ในเขตเมืองชั้นในได้ จะช่วยลดปริมาณรถและปริมาณฝุ่นจิ๋วเจ้าปัญหาของคนเมืองลงได้

เลยขอทำหน้าที่เป็นแว่นซูมเข้าไปดูวิธีการนี้สักหน่อย โดยยกเอาตัวอย่างการประกาศใช้ ULEZ ในกรุงลอนดอนเมื่อหลายปีที่ผ่านมาให้เห็นภาพกันชัดขึ้นว่า เขาทำกันยังไง และได้ผลแค่ไหนถึงได้มีการประกาศออกมาล่าสุดว่าจะขยายพื้นที่ของ ULEZ ให้ครอบคลุมกว้างขวางออกไปยิ่งกว่าเดิม เพื่อให้ชาวลอนดอนได้มีอากาศที่ดีกว่าเดิมไว้หายใจ

ULEZ นั้นย่อมาจาก Ultra Low Emission Zone หรือเขตการปล่อยมลพิษต่ำมาก ซึ่งได้มีการประกาศใช้ในกรุงลอนดอนเมื่อปี 2019 โดยซาดิก ข่าน นายกเทศมนตรีของลอนดอน เนื่องจากว่าในเวลานั้น คนในลอนดอนกำลังประสบกับปัญหามลพิษในระดับที่เรียกว่า เป็นสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุข จากคุณภาพอากาศที่เลวร้ายที่สุด ซ้ำมลพิษจากการขนส่งที่แออัดยังส่งผลไปสู่เด็กที่จะต้องเติบโตมาพร้อมกับปอดที่มีลักษณะแคระแกร็น และเสียชีวิตก่อนวันอันควรเกือบ 4,000 รายต่อปี

การออกแบบเขตการปล่อยมลพิษต่ำมาก จึงได้เกิดขึ้นเพื่อให้ชาวลอนดอนเกิดแรงจูงใจลดการใช้งานรถยนต์ที่ยังใช้เครื่องยนต์แบบเก่าและปล่อยมลพิษสูงเกินมาตรฐาน โดยให้มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม ทั้งในมอเตอร์ไซค์ที่ไม่ผ่านมาตรฐานยูโร 3 (ผลิตก่อนปี 2007) รถยนต์ที่ใช้เบนซินและรถตู้ที่ไม่ผ่านมาตรฐานยูโร 4 (ผลิตก่อนปี 2006) รถยนต์ดีเซลหรือรถตู้ที่ไม่ผ่านมาตรฐานยูโร 6 (ผลิตก่อนปี 2015)

แต่หากว่ารถประเภทดังกล่าวต้องการจะเดินทางเข้าลอนดอนชั้นใน พวกเขาจะต้องเสียค่าธรรมเนียมคันละ 12.5 ปอนด์ หรือประมาณ 520 บาทต่อวัน ในช่วงวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 7 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็น ส่วนรถประจำทาง รถโค้ช รถบรรทุก ก็จะต้องผ่านมาตรฐานยูโร 6 หรือสูงกว่า ไม่เช่นนั้นต้องจ่ายค่าธรรมเนียม 100 ปอนด์ต่อวัน ซึ่งถ้ารถที่ไม่ผ่านมาตรฐานเหล่านี้ไม่ชำระค่าธรรมเนียมตามที่กำหนด จะต้องถูกปรับเป็นเงินสูงถึง 160 ปอนด์เลยทีเดียว

นั่นยังไม่ใช่อัตราที่จ่ายแล้วจบ เพราะนอกเหนือไปกว่าการจ่ายค่าธรรมเนียมให้กับรถ แต่เดิมผู้ขับขี่ยังต้องจ่ายค่าธรรมเนียมรถติดในการเข้าพื้นที่ชั้นในที่การจราจรหนาแน่นอีก 11.50 ปอนด์ หรือประมาณ 480 บาท นั่นก็หมายความว่า หากต้องการนำรถที่ปล่อยมลพิษเกินค่ามาตรฐานเข้าเมืองชั้นใน ผู้ขับขี่ต้องจ่ายเงินมากกว่า 1,000 บาท

“เราไม่มีเวลาให้เสียเปล่าอีกแล้ว” ซาดิก ข่าน กล่าวถึงเรื่องนี้ในปาฐกถาพิเศษเมื่อต้นเดือนมีนาคม 2022 และบอกว่า “เราจำเป็นต้องมีมาตรการที่กล้าหาญ ในการที่จะลดมลพิษทางอากาศและลดความแออัดในเมืองหลวง รวมถึงการจัดการกับภาวะฉุกเฉินด้านสภาพอากาศในวงกว้าง”

ไม่เพียงเท่านั้น ผู้บริหารเมืองคนนี้ยังมองไปถึงความอยุติธรรมทางสังคม ที่มลพิษทางอากาศส่งผลกระทบต่อชุมชนที่ยากจนที่สุด ให้ต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากที่สุด ขณะที่ชาวลอนดอนเกือบครึ่งเมืองนั้นไม่มีรถ แต่กลับต้องมารับผลกระทบของยานพาหนะที่ก่อมลพิษอย่างไม่มีทางให้หลีกเลี่ยงได้

“เรามักพบว่ามาตรการต่างๆ ล่าช้าไปทั่วโลก เนื่องจากการแก้ปัญหาในเรื่องนี้มักถูกมองว่ายากเกินไป หรือมีข้อติดขัดทางการเมือง แต่ผมไม่เห็นด้วยที่จะรอเวลา ในเมื่อเราสามารถทำสิ่งนี้ได้เลยในลอนดอน”

นโยบายที่นายกเทศมนตรีลอนดอนนำมาใช้เมื่อปี 2019 ภายในเวลา 6 เดือนนั้นก็มีตัวเลขประเมินผลลัพธ์ออกมาว่า ได้ช่วยให้เกิดการลดปริมาณก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ในอากาศลงได้มากถึง 36% และมีการคาดการณ์ว่าภายใน 30 ปี จะสามารถลดจำนวนผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาโรคที่เกิดจากมลภาวะทางอากาศได้อีกถึง 1 ล้านคน ซึ่งจะช่วยประหยดค่าใช้จ่ายสวัสดิการสาธารณสุขได้ 5,000 ล้านปอนด์ หรือราวๆ 2 แสนล้านบาท

ด้วยตัวเลขที่มอบความหวังให้กับอนาคตของลอนดอน ซาดิก ข่าน จึงได้ขยายเขต ULEZ ให้ครอบคลุมเมืองชั้นในมากขึ้นเมื่อปี 2021 และเสนอนโยบายที่นี้ให้ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดของเกรเทอร์ลอนดอน (Greater London) ในปี 2023 ถึงตอนนั้นลอนดอนจะมีเขตการปล่อยมลพิษต่ำมากถึง 965 ตารางกิโลเมตร

และเพื่อจะลดการจราจรและการปล่อยมลพิษให้ดียิ่งขึ้นกว่านี้ ลอนดอนยังมีแผนจะดันให้ลอนดอนเป็นเมืองที่เดินได้และขี่จักรยานได้ รวมถึงดึงให้คนมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะ และขับขี่ยวดยานต์ที่ไม่ปล่อยมลพิษกันมากขึ้น อย่างไรก็ตาม นโยบายที่เสนอเพิ่มเติมนี้จะต้องผ่านการปรึกษาหารือกับสาธารณะและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อประเมินผลกระทบ โดยจะต้องคำนึงถึงความเท่าเทียมที่ทุกคนจะได้รับเสียก่อน

แน่นอนว่ามาตรการที่เด็ดขาดเหล่านี้ย่อมส่งไปถึงกลุ่มคนผู้ได้รับผลกระทบ แต่ซาดิก ข่าน ก็ผ่านจุดนั้นมาได้ด้วยการเซ็ตมาตรฐานใหม่เพื่อยกระดับอากาศให้เมืองและพลเมืองที่เขาดูแลอยู่ ซึ่งหากเมืองใดประเทศไหนต้องการจะนำไปใช้ก็คงต้องศึกษาผลกระทบกันอย่างถี่ถ้วน เพราะเงื่อนไขของแต่ละเมืองนั้นมีก็มีรายละเอียดที่ต่างกันไปในแต่ละที่

ที่มาข้อมูล:
1. www.bbc.com
2. www.theguardian.com
3. www.london.gov.uk
4.www.c40knowledgehub.org

Total
0
Shares
Share 0
Tweet 0
Share 0
Avatar photo
ศิริวรรณ สิทธิกา

คนธรรมดาที่สนใจการสื่อสารเพื่อการเปลี่ยนแปลง และอยากเห็นโลกใบนี้ดีขึ้นกว่าเดิม

Related Topics
  • 1BlueSky
  • OneSkyMillionBreaths
  • หนึ่งท้องฟ้าล้านลมหายใจ
You May Also Like
View Post

ยกระดับคุณภาพชีวิตและต้นไม้ในเมือง ผ่านการขับเคลื่อนด้วย ‘ศาสตร์รุกขกรรม’

View Post

ไฟจากพื้นที่ป่า สู่เวทีนโยบาย: 10 สาระสำคัญจาก Pre-Forum ครั้งที่ 2 เตรียมความพร้อมสู่ Thailand National PM2.5 Forum

View Post

คุณภาพอากาศดีขึ้นด้วยห้องแรงดันบวก เปลี่ยนบ้านหรือออฟฟิศให้เป็นโซนปลอดฝุ่น

View Post

ยุทธศาสตร์ ‘ปัดฝุ่น’ ของสิงคโปร์ สร้างเมืองอากาศดีตลอดปีให้พลเมือง

View Post

ปักหมุดแรก! สู่ Thailand PM2.5 Forum สรุป 12 ประเด็นสำคัญจากเวที Pre-Forum พ.ร.บ. อากาศสะอาด เครื่องมือสู้ฝุ่นไฟเกษตร

View Post

เส้นทางสู่ลมหายใจใหม่: บันทึกการต่อสู้เพื่อ พ.ร.บ. อากาศสะอาด

View Post

ปลดล็อกแก้ฝุ่นคลุมกรุงเทพฯ เปิดข้อดี-ความต่าง หลังประกาศเป็นเขตควบคุมมลพิษ

View Post

เพราะฝุ่นไม่รู้จักเขตแดน ผลกระทบฝุ่นจากภาคเกษตรและอุตสาหกรรม กับทางออกที่ไม่ใช่แค่รอลมเปลี่ยนทิศ

Breathe Bangkok
สภาลมหายใจกรุงเทพฯ
© 2025 – breathebangkok.org

  • Article
  • Infographic
  • Interview
  • Urban Voice
  • Update
  • Directory
  • About
ติดตามข่าว Breathe Bangkok
follow us:

Input your search keywords and press Enter.