Thailand National PM2.5 Forum ครั้งที่ 2 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “เปลี่ยนระบบ เชื่อมข้อมูล–วิทยาศาสตร์–เทคโนโลยี ขับเคลื่อนนโยบาย เปิดพื้นที่ปฏิบัติการ เพื่อสร้างอากาศสะอาดร่วมกัน” ชวนทุกภาคส่วนกลับมาทบทวนทิศทางการแก้ปัญหาฝุ่นของประเทศไทยร่วมกัน โดยเปิดพื้นที่ให้ภาครัฐ นักวิชาการ ภาคประชาชน และผู้ทำงานในพื้นที่ ได้แลกเปลี่ยนข้อมูล บทเรียน และประสบการณ์จากการทำงานจริง
บทสนทนาตลอดสองวันของเวที ไม่เพียงสะท้อนสถานการณ์ฝุ่นในปัจจุบัน แต่เป็นการร่วมกันมองไปข้างหน้าว่า ประเทศไทยจะขยับการจัดการปัญหาฝุ่น PM2.5 จากการรับมือเฉพาะหน้า ไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงระบบที่ต่อเนื่องและยั่งยืนได้อย่างไร และนี่คือประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นภายในงานนี้

1) 4 ปาฐกถา ว่าด้วยทิศทางอากาศสะอาดของประเทศ
- ขับเคลื่อนสังคมอากาศสะอาดด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม: ศ.ดร.วิษณุ มีอยู่ รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (สกสว.)
ปัญหา PM2.5 คือโจทย์ระดับประเทศที่เชื่อมโยงสุขภาพ เศรษฐกิจ และศักยภาพการแข่งขันของไทยเข้าด้วยกัน อากาศสะอาดเป็นฐานของคุณภาพชีวิตและทุนมนุษย์ในระยะยาว สัมพันธ์โดยตรงกับประสิทธิภาพแรงงานและการพัฒนาประเทศ การแก้ปัญหาฝุ่นจึงเป็นความร่วมมือของทุกภาคส่วน ตั้งแต่ภาครัฐ นักวิจัย ภาคเอกชน ไปจนถึงชุมชนและประชาชน งานวิจัยถูกจัดวางให้เชื่อมต่อจากองค์ความรู้ไปสู่การกำหนดนโยบาย มาตรการ และการทำงานในพื้นที่ โดยมีวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และระบบข้อมูลเป็นกลไกสนับสนุนสำคัญ เพื่อให้การตัดสินใจเชิงนโยบายมีความแม่นยำ - มหานครอากาศดี โมเดลสู่เมืองปลอดฝุ่น: พรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
การขับเคลื่อนกรุงเทพมหานครสู่เมืองอากาศดี ดำเนินผ่านมาตรการที่เริ่มจากการเข้าใจแหล่งกำเนิดฝุ่นอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การจัดการรถควันดำ การควบคุมฝุ่นจากไซต์ก่อสร้าง และการเฝ้าระวังการเผาในพื้นที่รอบเมือง ข้อมูลคุณภาพอากาศถูกนำมาใช้ควบคู่กับการคาดการณ์ช่วงเสี่ยง เพื่อกำหนดมาตรการเชิงรุกตลอดทั้งปี มากกว่าการรอรับมือเฉพาะหน้า และมีความพยายามในการบูรณาการหน่วยงาน ลดการทำงานแบบแยกส่วน เชื่อมความร่วมมือกับภาคเอกชนและประชาชน เพื่อให้การจัดการฝุ่นของเมืองเดินหน้าอย่างต่อเนื่องและเห็นผลในระยะยาว - งานวิจัยเพื่ออากาศสะอาด: ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)
งานวิจัยถูกวางให้เป็นกลไกสำคัญของการแก้ปัญหาฝุ่นในเชิงระบบ ผ่านการพัฒนาเครื่องมือ ข้อมูล และเทคโนโลยีที่ทำงานใกล้พื้นที่จริง ตั้งแต่ระบบตรวจวัดคุณภาพอากาศ การใช้ข้อมูลดาวเทียม และการประมวลผลด้วย AI เพื่อวิเคราะห์ต้นเหตุและติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง แผนวิจัยมุ่งเป้าถูกออกแบบให้เชื่อมโยงตั้งแต่ระดับนโยบายจนถึงระดับพื้นที่ เพื่อให้ผลลัพธ์ของงานวิจัยถูกนำไปใช้ทั้งในการลดผลกระทบต่อสุขภาพ การจัดการพื้นที่เสี่ยง และการสนับสนุนการตัดสินใจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง งานวิจัยจึงทำหน้าที่เป็นฐานข้อมูลและเครื่องมือสนับสนุนการขับเคลื่อนงานอากาศสะอาด - มหาวิทยาลัยยั่งยืนแห่งอนาคต สร้างสรรค์เยาวชนเพื่อสังคมอากาศดี: รศ. ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
บทบาทของมหาวิทยาลัยถูกวางให้เป็นพื้นที่เชื่อมโยงการเรียนรู้ เทคโนโลยี และการลงมือทำเข้าด้วยกัน การพัฒนาคนรุ่นใหม่ในฐานะ Change Agent เดินควบคู่กับการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลและระบบติดตามคุณภาพอากาศ เพื่อให้การเรียนรู้เชื่อมต่อกับสถานการณ์จริง การทำงานร่วมกับชุมชนและพื้นที่ต้นน้ำถูกนำมาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ เพื่อให้การพัฒนาทักษะ วิศวกรรม และนวัตกรรมตอบโจทย์ปัญหาสิ่งแวดล้อมในโลกจริง ทั้งยังขยายไปสู่การสร้างความเข้าใจร่วม วิสัยทัศน์ระยะยาว และการเตรียมคนสำหรับการขับเคลื่อนสังคมอากาศสะอาดในอนาคต

2) เมื่อข้อมูลต้องเชื่อม ระบบต้องขยับ
บนเวทีสานเสวนา “ฝ่าฝุ่นควัน EP1: เปลี่ยนระบบ เชื่อมข้อมูล ขับเคลื่อนอากาศสะอาดร่วมกัน” เปิดพื้นที่ให้หลายภาคส่วนสะท้อนมุมมองต่อการจัดการปัญหา PM2.5 ในระดับโครงสร้าง ตั้งแต่ความจำเป็นของการขยับจากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปสู่การทำงานเชิงระบบตลอดห่วงโซ่ การแลกเปลี่ยนยังชี้ให้เห็นข้อจำกัดของการทำงานแบบเดิมที่แยกส่วนกันระหว่างหน่วยงาน ท่ามกลางข้อมูลจำนวนมากที่กระจัดกระจายและใช้มาตรฐานต่างกัน ประเด็นเรื่องการยกระดับข้อมูลให้สามารถเชื่อมโยงกันได้ ใช้ภาษาเดียวกัน และสร้างความเชื่อมั่นต่อสาธารณะ จึงถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงอย่างเข้มข้น
ขณะเดียวกัน ความท้าทายสำคัญยังอยู่ที่กลไกการทำงานร่วมกันของหน่วยงานรัฐ ควบคู่กับแนวทางที่สามารถขยับได้ทันทีผ่านมาตรการ Quick Win ด้วยการใช้ข้อมูลเชิงคาดการณ์เพื่อป้องกันปัญหาตั้งแต่ต้นทาง เช่น การชี้เป้าพื้นที่เสี่ยงต่อการเผา และการลงไปสนับสนุนการจัดการในพื้นที่ก่อนเกิดวิกฤติ
3) พ.ร.บ.อากาศสะอาด และคำมั่นทางการเมือง
ขณะที่ พ.ร.บ.อากาศสะอาด ยังอยู่ระหว่างรอการนำกลับเข้าสู่การพิจารณาในรัฐบาลชุดใหม่ ภายใน 60 วันหลังเปิดประชุมสภาฯ บนเวทีสานเสวนา “ฝ่าฝุ่นควัน EP2: นับถอยหลัง พ.ร.บ.บริหารจัดการอากาศสะอาด” 7 พรรคการเมือง ได้แก่ พรรคไทยก้าวใหม่ พรรคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรคภูมิใจไทย และพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้แสดงจุดยืนต่อกฎหมายฉบับนี้ พร้อมให้คำมั่นต่อสาธารณะในการผลักดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาด รวมถึงกฎหมายการรายงานและเปิดเผยการปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษ (PRTR) ที่ยังค้างคาอยู่ให้มีผลบังคับใช้ จึงเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายที่สังคมร่วมกันบันทึกไว้
4) 5 ห้องย่อย กับโจทย์ฝุ่นที่ต้องมองหลายมิติ
- ฝุ่นเมืองกับข้อจำกัดของการทำงานเชิงพื้นที่
การจัดการฝุ่นในเขตเมืองเผชิญข้อจำกัดจากหลายระบบที่ทำงานซ้อนกัน ทั้งคมนาคม พลังงาน การก่อสร้าง อุตสาหกรรม และรูปแบบการพัฒนาเมืองที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน ซึ่งยังคงกระจัดกระจายและยากต่อการนำมาใช้ตัดสินใจเชิงนโยบาย จึงมีความจำเป็นที่จะต้องยกระดับมาตรฐานข้อมูล การติดตามผลมาตรการอย่างต่อเนื่อง และการออกแบบนโยบายเชิงพื้นที่ เพื่อให้การจัดการฝุ่นเมืองตอบโจทย์สุขภาพของประชาชนอย่างแท้จริง - ไฟป่าที่เชื่อมโยงมากกว่าป่า
ประเด็นไฟป่าถูกมองผ่านความเชื่อมโยงของวิถีชีวิต การใช้ที่ดิน และโครงสร้างการบริหารจัดการของรัฐในแต่ละพื้นที่ ข้อจำกัดของการทำงานในโจทย์นี้คือการแยกส่วนกันระหว่างหน่วยงาน เมื่อแผน งบประมาณ และตัวชี้วัดยังไม่เชื่อมถึงกันอย่างเป็นระบบ เรื่องอำนาจหน้าที่และการทำงานข้ามหน่วยงานจึงถูกหยิบขึ้นมาพิจารณาควบคู่กับความจำเป็นในการทำความเข้าใจไฟในบริบทที่หลากหลาย เพื่อให้การจัดการสอดคล้องกับพื้นที่และเดินต่อได้ในระยะยาว - ไฟเกษตรและฝุ่นข้ามพรมแดน ความท้าทายต่างบริบท
ประเด็นไฟเกษตรและฝุ่นข้ามพรมแดนสะท้อนความซับซ้อนของต้นตอฝุ่นที่มีที่มาแตกต่างกัน แต่ส่งผลกระทบเชื่อมถึงกันในระดับพื้นที่และคุณภาพอากาศ ภาพของปัญหาครอบคลุมทั้งโครงสร้างการผลิตทางการเกษตร เศรษฐกิจของเกษตรกร และข้อจำกัดของการจัดการภายใต้กรอบรัฐชาติ ข้อมูล การเฝ้าระวัง และการสื่อสารข้ามพรมแดนถูกเชื่อมเข้ากับโจทย์เชิงนโยบาย ท่ามกลางข้อจำกัดของการบังคับใช้มาตรการภายในประเทศ เนื้อหาในเวทีชี้ให้เห็นความจำเป็นของการทำงานร่วมกันในหลายระดับ ตั้งแต่พื้นที่ ประเทศ ไปจนถึงภูมิภาค เพื่อให้การจัดการฝุ่นสามารถขยับไปข้างหน้าได้อย่างเป็นรูปธรรม - สุขภาพประชาชนภายใต้ความเสี่ยงฝุ่นสะสม
มลพิษทางอากาศถูกวางเป็นวาระสุขภาพของประเทศ ผ่านผลกระทบสะสมที่เกิดขึ้นกับเด็ก ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบางในระยะยาว ฐานข้อมูลทางการแพทย์และสาธารณสุขถูกหยิบมาเชื่อมกับการกำหนดนโยบาย เพื่อรองรับการป้องกันและการดูแลสุขภาพอย่างเป็นระบบ ประเด็นการบังคับใช้กฎหมายอากาศสะอาดและการจัดโครงสร้างคุ้มครองสุขภาพ เช่น ห้องปลอดฝุ่นและการเข้าถึงอุปกรณ์ป้องกัน จึงถูกวางให้เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานทางสาธารณสุขที่จำเป็นในการคุ้มครองประชาชน - ระบบข้อมูลกับโจทย์การใช้งานจริง
ข้อมูลด้านฝุ่นของประเทศยังเผชิญข้อจำกัดด้านมาตรฐานและการเชื่อมโยง ทำให้การนำไปใช้เชิงนโยบายและการจัดการพื้นที่ยังไม่ต่อเนื่อง ประเด็นการยกระดับระบบข้อมูลจึงถูกวางไว้ที่การใช้งานจริง ตั้งแต่การกำหนดเป้าหมายการใช้ Big Data การสังเคราะห์ข้อมูล ไปจนถึงการออกแบบแพลตฟอร์มที่ประชาชนและท้องถิ่นเข้าถึงได้ การเปิดข้อมูลและการมีส่วนร่วมของพื้นที่ถูกเชื่อมเข้ากับการตัดสินใจเชิงนโยบาย เพื่อสนับสนุนการจัดการเขตควบคุมมลพิษและการขับเคลื่อนอากาศสะอาดในระยะต่อไป

5) 8 ข้อเสนอเชิงนโยบาย ขับเคลื่อนอากาศสะอาด
ประเด็นที่ได้นำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการประชุมครั้งนี้ ได้ถูกนำมาสังเคราะห์เป็นข้อเสนอเชิงนโยบายและมาตรการ 8 ข้อ เพื่อขับเคลื่อนอากาศสะอาดอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน ได้แก่
- เปลี่ยนการแก้ปัญหาฝุ่นจากการรับมือเฉพาะหน้า สู่การจัดการเชิงระบบตั้งแต่ต้นทาง
- ยกระดับ “ข้อมูล” จากการติดตามสถานการณ์ สู่การป้องกันและการตัดสินใจเชิงนโยบาย
- สร้างกลไกการทำงานข้ามหน่วยงาน พร้อมระบบติดตามและประเมินผลที่ชัดเจน
- กระจายอำนาจการจัดการไฟป่าและฝุ่นอย่างมีความหมาย พร้อมความรับผิดชอบจากทุกภาคส่วน
- ปฏิรูประบบการเกษตรและการจัดการไฟ เพื่อลดการพึ่งพาการเผา
- ยกระดับมาตรฐานคุณภาพอากาศและการคุ้มครองสุขภาพประชาชน
- เสริมความโปร่งใสและการมีส่วนร่วม ผ่านระบบข้อมูลเปิดและการเข้าถึงของประชาชน
- ขับเคลื่อนความร่วมมือข้ามพรมแดน ด้วยข้อมูล เศรษฐกิจ และการคำนึงถึงผู้คน
บทสรุปจากเวที Thailand National PM2.5 Forum ครั้งที่ 2 ย้ำชัดว่าเราจบยุค “แก้ปัญหาเฉพาะหน้า” และกำลังเข้าสู่การ “แก้ที่ระบบ” อย่างจริงจัง ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจจากทั้งเวทีใหญ่และห้องย่อยจะถูกนำมาเจาะลึกและร้อยเรียงให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น โปรดปักหมุดรอติดตามได้ทางเพจและเว็บไซต์สภาลมหายใจกรุงเทพฯ